การปรับปรุงอัตราค่าใช้จ่ายประจำเดือน
by
visootp
—
last modified
2005-11-08 11:49
ด้วยปรากฎว่า มีนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมาก สอบถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายประจำเดือนของนักเรียนในสหรัฐอเมริกา สนร.ต้องขอขอบคุณทุกท่าน ซึ่งมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นต่าง และขอถือโอกาสนี้ชี้แจงทำความเข้าใจในหลักการและแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังการจัดทำข้อเสนอการปรับปรุงอัตราค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาของนักเรียนทุนรัฐบาลในสหรัฐอเมริกา ดังนี้
- สนร.มีนโยบายที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเราทุกคนโดยการเพิ่มรายได้ การลดรายจ่าย และการเพิ่มโอกาส การจัดทำข้อเสนอปรับปรุงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาเป็นมาตรการหนึ่งของการเพิ่มรายได้ ในด้านการลดรายจ่าย สนร.ได้ปรับปรุงระบบประกันสุขภาพโดยจัดให้มีระบบประกันสุขภาพกลางเพื่อลดรายจ่ายในส่วนที่ต้องพวกเราต้องจ่ายสมทบ (Co-Pay หรือ Deductible) สำหรับการเพิ่มโอกาสนั้น สนร.ได้เพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่าง สนร. เปิดให้พวกเรามีส่วนร่วมในการแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ ที่มีผลกระทบกับพวกเราโดยตรง เป็นต้น
- ข้อเสนอของ สนร.ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการศึกษาในหลายด้าน แต่ที่สำนักงาน ก.พ. (ส.ก.พ.) พิจารณาและให้เห็นความชอบแล้ว มีเฉพาะค่าใช้จ่ายประจำเดือนและค่าหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวกับการศึกษาอีก ซึ่ง ส.ก.พ.คงจะพิจารณาในโอกาสต่อไป นอกจากนี้ แม้ว่า ส.ก.พ.จะเห็นชอบข้อเสนอการปรับปรุงค่าใช้จ่ายประจำเดือนของ สนร.เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางส่วนที่ ส.ก.พ.อนุมัติแตกต่างจากที่ สนร.เสนอ สนร.จึงขอชี้แจงหลักการและแนวคิดเฉพาะในส่วนของ สนร. และครอบคลุมเฉพาะค่าใช้จ่ายประจำเดือนที่ได้รับอนุมัติแล้วเท่านั้น
- มิติการพิจารณาที่ต่างกัน เนื่องจาก สนร.จัดทำข้อเสนอโดยพิจารณาเพียงมิติเดียว คือ ความจำเป็นในการครองชีพของนักเรียนทุนฯ ในสหรัฐอเมริกา ส่วน ส.ก.พ.พิจารณาในภาพที่ใหญ่กว่าและหลากมิติกว่า คือ ความจำเป็นในการครองชีพของนักเรียนทุนฯ ในทุกประเทศ และภาระงบประมาณ ดังนั้น การที่ ส.ก.พ.อนุมัติหรือมีความเห็นต่างจาก สนร.บ้างจึงเป็นเรื่องปกติ ความยุ่งยากและความลำบากใจของ ส.ก.พ.ย่อมมีมากกว่า สนร.เพราะต้องแบ่งปันข้าว (งบประมาณ) ในหม้อเดียวกันที่มีจำกัดให้นักเรียนทุนฯ ทุกคนในทุกประเทศได้ทาน
- เจตนารมณ์ของการจัดทำข้อเสนอ คือ เพื่อให้พวกเรามีรายได้ “เพียงพอ” กับการดำรงชีพตามควรแก่อัตถภาพ โดยไม่ต้องพะวงกับการหาเลี้ยงชีพ เพื่อจะได้ทุ่มเทเวลา ความรู้ ความวิริยะอุตสาหะให้กับการศึกษาและการฝึกอบรม เพาะบ่มประสบการณ์ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการรับราชการและพัฒนาสังคมไทยในอนาคต
- ความเพียงพออยู่ตรงจุดไหน ปัญหา คือ จะให้นิยามความเพียงพออย่างไร จะเทียบเคียงโดยใช้บรรทัดฐานใด ใช้ข้อมูลจากแหล่งไหน จะกำหนดโดยใช้ค่าประมาณการค่าใช้จ่ายที่แต่ละมหาวิทยาลัยจัดทำขึ้น หรือ ใช้ดัชนีค่าครองชีพซึ่งมีเผยแพร่โดยหลายสำนักวิจัย หรือ ใช้อัตราเงินเพิ่มตามท้องที่ (Locality Pay -LP) ซึ่งรัฐบาลสหรัฐฯ ให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในเมืองต่าง ๆ หรือ ใช้อัตราเงินประจำเดือน (Monthly Maintenance Rate –MMR) ของ Fulbright ที่ให้กับนักเรียนต่างชาติซึ่งกำลังศึกษาในสหรัฐ ฯลฯ แต่ละเกณฑ์มีข้อดีข้อเสียต่างกัน บางครั้งก็ขัดแย้งกัน เช่น ดัชนีค่าครองชีพของเมืองเดียวกัน ต่างแหล่งข้อมูล ก็ต่างกัน หรือ ดัชนีค่าครองชีพของเมือง A ต่ำกว่าเมือง B แต่ได้ MMR สูงกว่าเมือง B หรือ MMR ของเมือง C สูงกว่าเมือง D แต่ LP ของเมือง C กลับต่ำกว่า เป็นต้น
- การเทียบเคียงโดยอิงเงินประจำเดือน (MMR) ของ Fulbright หลังจากวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียของแต่ละแหล่งข้อมูล สนร.ตัดสินใจเลือก MMR เป็นเกณฑ์ในการจัดทำข้อเสนอ เพราะเป็นการให้เงินในลักษณะเดียวกัน คือ ให้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับนักเรียนต่างชาติซึ่งกำลังศึกษาในสหรัฐฯ อีกทั้งยังเป็นการกำหนดโดยหน่วยงานกลาง อันจะช่วยลดความลักลั่นระหว่างค่าใช้จ่ายประจำเดือนของเมืองต่าง ๆ ได้ดีกว่าการใช้เกณฑ์ค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัย ซึ่งแต่ละแห่งมีวิธีการพิจารณาที่แตกต่างกัน ทำให้ไม่สามารถเทียบเคียงซึ่งกันและกันได้
- ค่าใช้จ่ายประจำเดือนควรมีกี่อัตรา จะใช้อัตราเดียวเหมือนอย่างที่ใช้ก่อนปี 2542 หรือสามอัตราเช่นที่ใช้อยู่ก่อนการปรับปรุงในครั้งนี้ ข้อเท็จจริงปรากฎว่า ค่าครองชีพของเมืองต่าง ๆ ในสหรัฐฯ มีความแตกต่างกันมาก เมืองที่มีค่าครองชีพสูงสุด มีดัชนีค่าครองชีพสูงกว่าเมืองที่มีค่าครองชีพต่ำสุดถึง 6.4 เท่า ค่าครองชีพที่แตกต่างกันอย่างมากนี้เป็นเหตุให้รัฐบาลสหรัฐฯ กำหนดอัตราเงินเพิ่มตามท้องที่ไว้ถึง 32 อัตรา และ Fulbright กำหนดเงินประจำเดือน (MMR) ไว้ถึง 34 อัตรา (http://www.vef.gov/200405MMR.pdf) จากข้อเท็จจริงดังกล่าว สนร.จึงเสนอให้กำหนดค่าใช้จ่ายประจำเดือน 17 อัตรา โดยยุบรวมอัตราของ Fulbright ไปครึ่งหนึ่ง (ส.ก.พ.อนุมัติค่าใช้จ่ายประจำเดือน 9 อัตรา)
- ค่าใช้จ่ายประจำเดือนต่ำสุดและสูงสุดควรเป็นเท่าไร ประเทศไทยไม่ร่ำรวยเหมือนสหรัฐฯ ขนาดเศรษฐกิจ (GDP) ของไทย คิดเป็นร้อยละ 1.3 ของสหรัฐฯ รายได้ต่อหัวคิดเป็นร้อยละ 6 ของสหรัฐฯ (ร้อยละ 19.9 ถ้านำอำนาจซื้อมาพิจารณา Purchasing Power Parity ด้วย – World Development Indicators database, World Bank, September 2004) เราจึงไม่อาจกำหนดเงินค่าใช้จ่ายรายเดือนของนักเรียนทุนฯ สูงกว่าอัตราที่สหรัฐฯ ให้ได้ สนร.จึงเสนอให้กำหนดอัตราค่าใช้จ่ายประจำเดือนต่ำสุดที่ $1,000 และสูงสุดที่ $1,800 (เทียบกับ MMR ปีการศึกษา 2004-2005 ของ Fulbright ต่ำสุด $1,010 และสูงสุด $1,830) แต่ ส.ก.พ.อนุมัติอัตราต่ำสุด $1,000 และสูงสุด $1,400 (โปรดอย่าลืมว่า ส.ก.พ.ต้องคำนึงถึงภาระงบประมาณของการปรับค่าใช้จ่ายประจำเดือนของนักเรียนทุนฯ ในทุกประเทศ ในขณะที่ สนร.พิจารณาเฉพาะความจำเป็นพื้นฐานของการครองชีพของนักเรียนในสหรัฐฯ เท่านั้น)
- ค่าใช้จ่ายประจำเดือนของเมืองที่ไม่มีอัตรา MMR จะกำหนดอย่างไร สำหรับเมืองที่ Fulbright ไม่ได้กำหนด MMR ไว้ สนร.กำหนดโดยเทียบเคียงกับอัตราค่าใช้จ่ายประจำเดือนของเมืองใกล้เคียงโดยคำนึงถึงดัชนีค่าครองชีพของเมืองที่สถานศึกษาตั้งอยู่กับค่าครองชีพของเมืองใกล้เคียง
- ผู้ขอทบทวนจะต้องทำอย่างไร ก่อนอื่นขอให้ทำจิตให้ว่าง แล้วอ่านข้อชี้แจงนี้ให้ละเอียดครบถ้วน หากอ่านแล้วยังมีความเห็นแย้ง ขอให้ส่งคำขอทบทวนพร้อมข้อมูลสนับสนุนมาที่ สนร. หาก สนร.พิจารณาแล้ว เห็นว่า อัตราใดเป็นไปตามหลักการดังกล่าว สนร.จะขอยืนความเห็นเดิม แต่จะส่งคำขอทบทวนของท่านให้ ส.ก.พ.พิจารณา เช่น กรณีผู้ขอให้กำหนดค่าใช้จ่ายประจำเดือนในอัตราที่สูงกว่า MMR ของ Fulbright ส่วนอัตราใดที่กำหนดไว้ต่างจากหลักการข้างต้น สนร.พร้อมที่จะเสนอให้ ส.ก.พ.พิจารณาทบทวน เช่น กรณีอัตราค่าใช้จ่ายประจำเดือนของ Stanford University ที่ Fulbright กำหนดให้ได้รับในอัตราเมือง Palo Alto แต่กลับได้รับต่ำกว่า เป็นต้น สนร.ถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องนำเสนอข้อมูลของทั้งผู้เห็นด้วยและผู้เห็นต่าง เพราะอำนาจการตัดสินใจในขั้นสุดท้ายเป็นของ ส.ก.พ.ซึ่งต้องพิจารณาในภาพรวมของทุกประเทศและต้องคำนึงถึงผลกระทบทางด้านงบประมาณด้วย ความเห็นของแต่ละฝ่ายอาจแตกต่างกันได้ แต่ข้อเท็จจริงไม่ควรต่างกัน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบโดยทั่วกัน
วิสูตร ประสิทธิ์ศิริวงศ์
5 เมษายน 2548
อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการศึกษา)